อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติเขาสก มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอพนมและอำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสภาพพื้นที่เป็นธรรมชาติอันกว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยป่าดิบชื้น ครอบคลุมพื้นที่เกือบทั้งหมดของเขตอุทยานแห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงต่ำสลับซับซ้อน พื้นที่ราบมีน้อย พื้นที่ส่วนหนึ่งด้านทิศเหนือบริเวณคลองพระแสงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เกิดขึ้นเนื่องจากการก่อสร้างเขื่อนรัชชประภา (เชี่ยวหลาน) ประกอบไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด อุทยานแห่งชาติเขาสกมีเนื้อที่ประมาณ 738.74 ตารางกิโลเมตร หรือ 461,712.5 ไร่ ได้มีการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2523

ลักษณะภูมิประเทศ สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นภูเขาดินและภูเขาหินปูนสูงสลับซับซ้อน โดยเฉพาะช่องแคบเขากาเลาะ มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนที่มียอดแหลมระเกะระกะ มีแนวหน้าผาสูงชันบางแห่งเป็นแท่งสูงขึ้นไปในอากาศคล้ายหอคอยสูง ที่ราบมีไม่มาก มีสภาพป่าเป็นป่าดงดิบที่สมบูรณ์มากเป็นป่าต้นน้ำ ลำธารของแม่น้ำตาปี จุดสูงสุดมีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 960 เมตร โดยเฉลี่ยสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 200 เมตร และลักษณะดินโดยทั่วไปเป็นดินเหนียวปนทรายมีสีแดง บางแห่งเป็นดินลูกรังแต่มีส่วนน้อย

ลักษณะภูมิอากาศ บริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมทั้งสองฝั่ง คือทั้งด้านมหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแปซิฟิค ฝนจะเริ่มตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน จนถึงปลายเดือนธันวาคมของทุกปี และจะตกชุกมากในช่วงเดือนพฤษภาคม – พฤศจิกายน ช่วงที่เหมาะในการเข้าไปชมอุทยานแห่งชาติเขาสกจะอยู่ในระหว่างเดือนธันวาคม – เมษายน ของทุกปี

พืชพันธุ์และสัตว์ป่า สัตว์ป่าประกอบไปด้วยสัตว์นานาชนิด ได้แก่ ช้าง กวาง เสือ หมี สมเสร็จ ชะนี ลิง เลียงผา นกชนิดต่าง ๆ เป็นต้น สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดใหญ่ เช่น กบทูด และพันธุ์ปลาที่หายากประจำถิ่น ได้แก่ ปลามังกร

สภาพป่าโดยทั่วไปเป็นป่าดิบชื้นมีพรรณไม้มีค่า เช่น โดแหลม ตะเคียน ยาง ตาเสือ หงอนไก่ กระบาก ยมหอม อินทนิน ฯลฯ และยังประกอบด้วยพันธุ์ไม้พื้นล่างมากมาย ที่น่าสนใจ ได้แก่ “บัวผุด” เป็นพันธุ์ไม้ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นแหล่งกระจายพันธุ์ไม้ที่ขึ้นปะปนกันระหว่างพันธุ์ไม้ในเขตภาคเหนือและภาคใต้ของประเทศ

ตลาดน้ำอโยธยา อยุธยา

ตลาดน้ำอโยธยา สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองไทยที่ขึ้นชื่อ

หลังเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งสัปดาห์ หากต้องการสถานที่คลายเครียดพักผ่อนหย่อนใจ หรือเพื่อเช็คอินอวดเพื่อนๆให้อิจฉาเล่นสักแห่ง “ตลาดน้ำอโยธยา” น่าจะจัดอยู่ในลำดับต้นๆของตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียวจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ราชธานีเมืองเก่า (อันเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของคนไทยในอดีต) ใช้เวลาเดินทางราว 1 ชั่วโมงเศษ (ถ้ารถไม่ติด) คุณก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศโบราณย้อนยุคกันแล้ว

ตลาดน้ำอโยธยา เป็นตลาดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่าหกสิบไร่ โดยแบ่งออกเป็นโซนๆและในแต่ละโซน ก็จะมีร้านรวงต่างๆ ทั้งแบบร้านค้าทั่วไป และแบบเรือขายสิ้นค้า พูดได้ว่าเดินทั้งวันก็ไม่ทั่วกันเลยทีเดียว เป็นแหล่งรวมของดีของอร่อยจากทั่วทั้งประเทศ และรวมสินค้า OTOP มากมาย ทั้งยังมีกิจกรรมหลากหลายอย่างไม่จำเจ ไม่น่าเบื่อ ไม่ว่าจะการนั่งเรือชมตลาดน้ำ ขี่ช้างชมเมืองโบราณวัดมเหยงคณ์เดินช้อปชิมชิลล์ชมการแสดงศิลปะพื้นบ้านที่หาดูได้ยาก และที่ถูกใจชาวโซเชี่ยลที่สุดก็คงหนีไม่พ้นการถ่ายรูป Selfie ท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุค ที่คละคลุ้งด้วยกลิ่นไอวัฒนธรรมโบราณอันงดงาม เพื่ออัพลง เฟซบุ๊คทวิตเตอร์อินสตาร์แกรม ฯลฯเช็คเรทติ้งเรียกไลค์ แต่ที่สำคัญที่สุดคงเป็นการได้มีส่วนร่วม รักษา สืบสาน อนุรักษ์ วัฒนธรรมเก่าแก่โบราณ ที่นับวันจะเลือนหายไปตามกาลเวลา

วันหยุดนี้เชิญชวนมาเที่ยว ช้อป ชิม อุดหนุนสินค้าไทย และร่วมเรียนรู้วิถีชีวิตของคนไทยในอดีตที่ตลาดน้ำอโยธยา เพื่อหวนย้อนถึงความเป็นมาของชนชาติไทย และย้ำเตือนให้คนรุ่นหลังไม่หลงลืมวัฒนธรรมประเพณีดีงาม ที่บรรพบุรุษได้ร่วมสรรค์สร้างมาเป็นเวลาหลายร้อยปี หรืออาจชวนครอบครอบ คนรัก มาร่วมใช้เวลาดีๆร่วมกันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

ทุ่งดอกกระเจียว อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ตั้งอยู่ในท้องที่ของอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 105 ของประเทศไทย ได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2550

ในปี 2528 ได้มีการสำรวจพื้นที่บริเวณป่าหินงาม พบว่ามีความสวยงาม เหมาะจะเปิดเป็นอุทยานเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป ทางการจึงเสนอเรื่องไปยังกรมป่าไม้ผ่านทางจังหวัดชัยภูมิ ได้จัดตั้งเป็น วนอุทยานป่าหินงาม ในปี 2528 นั้นเอง ต่อมาได้ทำการสำรวจพื้นที่โดยละเอียดยิ่งขื้น และได้ผนวกเอาพื้นที่ผืนป่าตามแนวสันเขาพังเหยซึ่งเป็นป่าต้นน้ำของลำคันฉูซึ่งไหลลงแม่น้ำชี นอกจากนี้ พื้นที่บริเวณนี้มีความงามของธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ จึงได้จัดตั้งเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี 2550 ในชื่ออุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นที่รู้จักดีในหมู่นักท่องเที่ยวว่าเป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่และสวยงามมากแห่งหนึ่ง โดยทุ่งดอกกระเจียวอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง นอกจากนี้ ยังมีลานหินงาม ซึ่งมีหินรูปร่างแปลกตามากมาย เกิดจากการกัดเซาะของหินทรายเป็นเวลานับพันปี

แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

ทุ่งดอกกระเจียว 3 ทุ่งด้วยกัน โดยในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ดอกกระเจียวจะบานเต็มทุ่ง สามารถเดินชมดอกกระเจียวที่แข่งกันชูช่ออย่างงดงามตลอดระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร และหากมาชมในช่วงเช้า ก็อาจได้พบกับสายหมอกที่พัดความเย็นมา เพิ่มบรรยากาศในการชมธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทางอุทยานแห่งชาติได้จัดทำทางเดินยกระดับ ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวลงเหยียบบนพื้นดินโดยตรง ด้วยเกรงว่าจะรบกวนธรรมชาติ แต่ในบริเวณทุ่งดอกกระเจียวทุ่งที่ 1 ได้จัดบริเวณให้ถ่ายรูปที่ระลึก ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่อนุญาตให้ลงไปในทุ่งกระเจียวได้ แต่เป็นเพียงพื้นที่เล็กๆ เท่านั้น

จุดชมวิวสุดแผ่นดิน เป็นจุดสูงสุดของเทือกเขาพังเหย เกิดจากการดันตัวของเปลือกโลกแผ่นฉานไทย (ภาคกลาง) ซุกเข้าไปใต้แผ่นอินโดไชน่า (ภาคอีสาน) ทำให้เกิดเป็นขอบยกสูงขึ้นเป็นเทือกเขาแบ่งระหว่างภาคอีสานและภาคกลาง ซึ่งจุดชมวิวสุดแผ่นดินนี้ เป็นจุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม (866 เมตรจากระดับน้ำทะเล) สามารถมองลงไปเห็นทิวทัศน์ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกาในจังหวัดลพบุรีได้อย่างสวยงาม บริเวณปลายของผา แท่งมีหินยื่นออกไปในอากาศ มีผู้นิยมไปนั่งที่ปลายหินแล้วถ่ายรูปกันมาก และหากมาในตอนเช้า จะพบกับหมอกลอยอยู่ทั่วไปอย่างสวยงาม และสามารถชมพระอาทิตย์ตกในตอนเย็นได้อีกด้วย

ดอกกระเจียวขาวที่ผาก่อรัก ต้องเดินจากจุดชมวิวสุดแผ่นดินไปอีกประมาณ 400 เมตร โดยเป็นจุดเดียวของอุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่สามารถพบดอกกระเจียวขาวได้ แต่พบน้อยกว่าที่อุทยานแห่งชาติไทรทองและดอกมีขนาดเล็กกว่า ระหว่างทางเดินมาผาก่อรัก ทางอุทยานแห่งชาติดได้จัดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ โดยลักษณะเป็นป่าเต็ง-รัง เป็นป่าโปร่ง มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติเป็นอย่างมาก

ลานหินงาม มีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นลานหินรูปทรงแปลกตา เกิดจากการกันเซาะเนื้อหินทราย มีหินที่เป็นที่รู้จักดีมากมาย เช่น หินรูปทรงถ้วยฟุตบอลโลก รูปทรงแม่ไก่ เป็นต้น นอกจากนี้ ลานหินงามยังสามารถใช้เป็นที่ชมพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าได้อย่างสวยงาม

ลานหินหน่อ เป็นลานหินราบ พื้นที่ประมาณ 200 ไร่ มีปุ่มหินสูงขนาด 1-2 เมตร กระจายอยู่ทั่วไป พบพืชกินแมลง เช่น ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง และต้นหยาดน้ำค้างกระจายอยู่ทั่วไป

เขาพนมโดม เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ บนยอดเขามีจุดชมวิวอยู่หลายแห่ง

น้ำตกเทพประทาน เป็นน้ำตกขนาดกลาง อยู่ก่อนถึงทางเข้าอุทยานประมาณ 7 กิโลเมตร น้ำตกเทพประทานยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก

น้ำตกเทพพนา เป็นน้ำตกขนาดกลาง เกิดจากลำห้วยกระจวนที่มาจากเทือกเขาพังเหย ห่างจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติประมาณ 7 กิโลเมตร ในช่วงฤดูฝนจะมีน้ำมาก สามารถลงเล่นน้ำได้

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยูทางตะวันออกสุดของประเทศไทย สามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นได้เป็นจุดแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี จุดที่น่าสนใจคือภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ผาหมอน ผาลาย ประติมากรรมธรรมชาติเสาเฉลียง และจุดชมพระอาทิตย์แสงแรกแห่งสยาม อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีพื้นที่ราว 340 ตารางกิโลเมตร (212,500 ไร่)

คำว่า “แต้ม” ในภาษาถิ่นดั้งเดิมหมายถึง รอยวาด ระบาย ประทับ หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ โดยใช้สี ให้ปรากฏเป็นรูปภาพ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ต่าง ๆ โดยที่ผาแต้มนี้ เป็นแหล่งที่พบภาพเขียนสียุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุราว 3,000-4,000 ปีแบ่งออกได้ 4 กลุ่ม โดยกลุ่มที่ยาวที่สุดยาว 180 เมตร และมีภาพมากกว่า 300 ภาพ

เสาเฉลียงเป็นประติมากรรมหินทรายชิ้นเอกจากธรรมชาติ โดยประกอบจากหินทรายสองชุดคือหินทรายยุคครีเตเชียส ชั้นบน (ซึ่งแข็งกว่า) และหินทรายยุคจูแรสซิก ชั้นล่าง (ซึ่งอ่อนกว่า) ถูกกระทำโดยน้ำและลมเป็นเวลายาวนานกว่าร้อยล้านปี จนเกิด “กระบวนการต้านทานทางธรรมชาติ” ซึ่งเป็นแรงกดทับ และแรงธรรมชาติอื่น ๆ ทำให้เม็ดทรายในเนื้อหินเชื่อมประสานกันแน่นขึ้น ส่งผลให้สามารถรักษารูปร่างได้ถึงปัจจุบันนี้ ส่วนชื่อ เสาเฉลียง แผลงมาจากคำว่า “สะเลียง” ซึ่งแปลว่าเสาหิน

ผาชะนะได เป็นสถานที่ที่อยุ่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย ที่ใช้เป็นจุดเริ่มต้นคำนวณเวลาพระอาทิตย์ขึ้น ตั้งอยู่ในป่าดงนาทาม ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี มีพิกัดภูมิศาสตร์ที่ ละติจูด 15 องศา 37 ลิปดา 3.5 พิลิปดา เหนือ ลองจิจูด 105 องศา 37 ลิปดา 17 พิลิปดา ตะวันออก

ผาชะนะได เป็นหน้าผาที่มีความสูงชัน ซึ่งเป็นจุดที่เห็นตะวันขึ้นเป็นจุดแรกของประเทศไทย ทิวทัศน์เบื้องล่างจะเป็นแม่น้ำโขงกั้นแบ่งเขต ไทย – ลาว เบื้อง หน้าเป็นภูเขาแดนลาว ที่สลับซับซ้อนมองดูสวยงาม ฤดูหนาว นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับความสวยงามของทะเลหมอก เหนือลำน้ำโขง และด้วยเหตุที่เป็นจุดที่เห็นตะวันขึ้นเป็นจุดแรก การรายงานข่าวของสำนักข่าวแห่งประเทศไทยได้เอาเป็นจุดรายงานดวงอาทิตย์ขึ้น เป็นแห่งแรกของประเทศ ผาชะนะได จะมีความหมายว่า การลงชื่อด้วยฝ่ามือ (ชะนะ เป็นคำเพี้ยนมาจากภาษาถิ่นโบราณ ว่า ซะนาม แปลว่าการลงชื่อ ส่วน คำว่าได แปลว่า มือ หรือ ฝ่ามือ ซึ่งจะปรากฏหลักฐานจากสถานที่ใกล้เคียง เช่น ถ้ำฝ่ามือแดง โหง่นแต้ม)

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา

อุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพังงา มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนผืนใหญ่ที่อุดมสมบูรณ์คงสภาพธรรมชาติดั้งเดิมอยู่มาก เป็นป่าชายเลนกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยมีเนื้อที่ป่าโดยรวมทั้งจังหวัด 190,265 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 18.17 ของเนื้อที่ป่าชายเลนทั้งประเทศ (พ.ศ. 2539) เขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงานับตั้งแต่เขตอำเภอเมืองพังงา เลียบตามชายฝั่งจนถึงเขตอำเภอตะกั่วทุ่ง และบริเวณพื้นน้ำในทะเลอันดามัน ซึ่งมีพื้นที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 42 เกาะ เช่น เกาะเขาเต่า เกาะพระอาตเฒ่า เกาะโบยน้อย เกาะโบยใหญ่ เกาะรายาหริ่ง เกาะพนัก เกาะห้อง เกาะปันหยี เขาพิงกัน เป็นต้น

ตามลักษณะโครงสร้างและธรณีสัณฐานเป็นทิวเขาที่เกิดในยุคครีตาเชียสกับยุคเทอร์เซียรีตอนต้น อายุประมาณ 36-136 ล้านปีมาแล้ว ภูมิสัณฐานและภูมิประเทศทั่วไปของบริเวณนี้ ยังเป็นผลมาจากลักษณะโครงสร้างที่เรียกว่า รอยเลื่อน มีชื่อทางธรณีวิทยาว่า “รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย” และ “รอยเลื่อนพังงา” นอกจากนั้นยังมีภูเขาหินตะกอน หินแปร แทรกสลับอยู่เป็นแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูเขาหินปูนลูกโดด จากการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติดังกล่าวทำให้เกิดเป็นช่อง โพรง หรือถ้ำมากมาย ส่วนภูเขาหินดินดานบางแห่งสลายตัวกลายเป็นหย่อมเนินเขาขนาดเล็กบ้างใหญ่บ้าง การยุบตัวของแผ่นดินทางด้านตะวันตกทำให้เกิดเป็นชายฝั่งขรุขระเว้าๆ แหว่งๆ เกิดเป็นอ่าวและเกาะซึ่งเป็นภูเขาหินปูนลูกโดดกระจายอยู่ตามฝั่งมากมาย

ได้มีการค้นพบหลักฐานก่อนประวัติศาสตร์เมื่อปี พ.ศ. 2530 บริเวณเขาเต่าในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา โดยพบหลักฐานการเข้ามาอยู่อาศัย รวมถึงการฝังศพของผู้คนสมัยก่อนประวัติศาสตร์ จากการศึกษาของนักธรณีวิทยา โดยนำเอาฟอสซิลของหอยบริเวณถ้ำและเพิงผาตามเกาะและหินโผล่ในอ่าวพังงา พบว่าในระหว่างยุคไพลสโตซีนกับไฮโลซีน คือ เมื่อประมาณ 11,000 ปี ที่ผ่านมาระดับน้ำทะเลลดต่ำลงมากในช่วงยุคน้ำแข็ง ภูเขาหินที่เป็นเกาะแก่งดังที่เห็นอยู่ในปัจจุบันส่วนใหญ่จึงอยู่บนที่ดอน ไม่มีสภาพเป็นเกาะดังที่เป็นอยู่ ต่อมาในช่วง 7,500-8,500 ปีมาแล้ว ระดับน้ำทะเลค่อยๆ ขยับสูงขึ้นจนสูงสุด คือ สูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางในปัจจุบันถึง 4.5 เมตร และต่อมาในช่วง 4,000-5,000 ปีมาแล้ว ระดับน้ำทะเลขึ้นๆ ลงๆ (มีทั้งขึ้นสูงและลดต่ำกว่าปัจจุบัน) ในช่วงระหว่าง 2,700-3,700 ปีมาแล้วนั้น ระดับน้ำทะเลค่อนข้างจะคงตัว แต่ยังสูงกว่าปัจจุบันระหว่าง 1.5-2.5 เมตร และตั้งแต่ 1,500 ปีเป็นต้นมา ระดับน้ำทะเลสูงสุดกว่าปัจจุบัน 1.5 เมตร เช่นกัน

ได้มีการค้นพบถึงการดำรงชีวิตของกลุ่มชนก่อนประวัติศาสตร์ที่ทิ้งร่องรอยไว้ในเขตอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงาและบริเวณใกล้เคียง กล่าวคือ มนุษย์ซึ่งเคยอาศัยในเขตจังหวัดกระบี่และพังงา เมื่อประมาณ 10,000 ปีมาแล้ว อาจสัญจรไปมาและเข้าอยู่อาศัยตามเพิงผา และถ้ำได้โดยสะดวก โดยมิต้องอาศัยแพหรือเรือ แต่เวลาผ่านไปในช่วงระดับน้ำทะเลขึ้นสูง กลุ่มชนที่สืบเชื้อสายต่อมาคงถอยร่นเข้ามาอาศัยอยู่บนพื้นที่ดอนภายใน และอาจมีกลุ่มชนที่รู้จักการทำแพ เรือ สัญจรไปในอ่าวพังงาบ้าง แต่แหล่งเหล่านี้อาจไม่เหมาะสมต่อการอยู่อาศัยถาวร ถ้ำและเพิงผา ด้วยเหตุนี้มนุษย์จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม หรือมีการเคลื่อนย้ายถิ่นฐานใหม่ จนกระทั่งเป็นชุมชนที่มีความสามารถทางทะเล ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตั้งถิ่นฐานและการเข้ามาอยู่อาศัยของกลุ่มชนก่อนประวัติศาสตร์ในอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ปรากฏจากแหล่งโบราณคดี สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นงานสร้างสรรค์ ของคนในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ เขาเขียน เกาะปันหยี เขาระย้า ถ้ำนาค และเกาะพระอาตเฒ่า

โบราณวัตถุที่พบที่เขาพังมีเครื่องกะเทาะหินหลายชิ้น นอกจากนั้นพบเศษภาชนะดินเผาแบบเรียบ ลายเชือกทาบ หินลับ แกนหิน และสะเก็ด ที่มีร่อยรอยการกะเทาะ แต่ไม่มีลักษณะเป็นเครื่องมือที่ชัดเจนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ที่ เกาะพระอาตเฒ่า ยังมีการค้นพบเศษภาชนะดินเผาเนื้อหยาบ แบบเรียบ แบบลายเชือกทาบ ชิ้นส่วนขวานหินขัด เครื่องมือสะเก็ดหิน กระดูกปลามีรอยขัดฝน

ภาพเขียนหินบนผนังในอ่าวพังงา ส่วนใหญ่เป็นภาพลายเส้น มีการระบายสีบ้าง มีทั้งวาดเส้นด้วยสี เขียนด้วยสีอย่างแท้จริง และเขียนด้วยการหยดสี สะบัดสี มักเขียนด้วยสีแดงและสีดำ มีสีอื่นๆ บ้างแต่เป็นส่วนน้อย รูปลักษณ์ที่เขียนมีทั้งลักษณะที่เป็นรูปร่างของคนและสัตว์ เช่น ภาพคนแบกปลา ปลา กุ้ง ค่าง นก ช้าง และรูปลักษณ์ของสิ่งไม่มีชีวิต เช่น ลายเส้นคล้ายยันต์หรือตัวอักษร ลูกศร เครื่องมือจับสัตว์น้ำ เรือ เป็นต้น